8ที่เที่ยว ปลายฝนต้นหนาว ชวนตื่นแต่เช้าไปดูทะเลหมอก โอบกอดธรรมชาติ

Posted on

 

หน้าฝนในช่วงนี้เรียกว่าเป็นช่วงของ Green Season  มองไปทางไหนก็จะเห็นแต่สีเขียวสบายตา เห็นแล้วก็ชุ่มฉ่ำปอด สดชื่นหัวใจ ยิ่งเป็นช่วงหน้าฝนเกือบเข้าหน้าหนาวแบบนี้ต้องเป็นป่าสีเขียว ภูเขาลูกใหญ่ น้ำตกสวยๆ ตื่นเช้ามาเจอหมอกหนาๆ ที่หาไม่ได้จากฤดูไหน

Drivemate  จะพาคุณไปสัมผัสความสดชื่นแบบนี้กับ “8 ที่เที่ยวปลายฝนต้นหนาว ชวนตื่นเช้าไปดูทะเลหมอก โอบกอดธรรมชาติ” เตรียมเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าพร้อมรองเท้าผ้าใบคู่ใจ  ขาดเข็มขัดแล้วจับพวกมาลัยให้ดีๆ รับรองว่าทริปหน้านี้ คุณจะฟินแบบไม่รู้ลืม

 

 

ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์

 

ภูทับเบิก ที่ตั้งของหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง หนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม และเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดเพชรบูรณ์ อากาศจึงเย็นตลอดทั้งวัน ทั้งภูเขารายล้อมด้วยกะหล่ำปลี ตกกลางคืนดูดาวบนดิน ดึกอีกนิดไปที่หอดูดาว ตื่นเช้ามาก็ได้โอบกอดทะเลหมอกแบบอลังการดาวล้านดวงกันอย่างจุใจในช่วงฤดูหนาว และถ้ายิ่งเป็นช่วงหน้าฝนจนถึงช่วงเริ่มต้นฤดูหนาว หมอกจะมีตลอดทั้งวันจนคุณไม่ต้องไปกอดทะเลหมอกตอนเช้า เพราะเหล่าเมฆหมอกเขาจะมากอดคุณถึงหน้าประตูและลานกางเต็นท์!

 

 

เขาค้อ เพชรบูรณ์

 

เขาค้อ แหล่งท่องเที่ยวหน้าสนใจในจังหวังเพชรบูรณ์ แถมอากาศก็เย็นสบายตลอดทั้งปี ก่อนจะขึ้นไปภูทับเบิกอย่าลืมแวะเที่ยวเขาค้อกันก่อน เพราะแม้แต่ฤดูร้อนก็ทำอะไรที่นี่ไม่ได้ ด้วยอุณภูมิแบบสบาย ๆ เพียง 18 – 25 องศาเซลเซียสแบบไม่ขาดไม่เกิน แถมที่เที่ยวมากมายไม่ว่าจะเป็น เขาย่า ที่ตั้งของพระตำหนักเขาค้อ,ทุ่งกังหันลมเขาค้อ,วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว และอีกมากมาย แถมที่นี่ยังเป็นแหล่งชมทะเลหมอกที่สวยมากแห่งหนึ่งแถมไม่ไกลกรุงเทพฯ

 

 

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว (จังหวัดพิษณุโลก)

 

ถ้าพูดถึงภูสอยดาวช่วงหน้าฝน โดยเฉพาะช่วงเดือนกันยายนของทุกปี ของดีของที่นี่จนเป็นจุดดึงดูกนักท่องเที่ยวคือที่บริเวณลานสนสาใบภูสอยดาว จะมีทุ่งดอกหงอนนาคสีม่วงที่จะบานสะพรั่งในหน้าฝนและดอกไม้นานาพรรณอยู่กลางหมอกหนา นึกภาพตามสิ ถ้าตื่นมาตอนเช้าตรู่ออกมาจากเต็นท์แล้วเจอหมอกคลุมกายตลอดทางเดินเพื่อไปจุดชมพระอาทิตย์ แถมระหว่างทางยังมีหมู่มวลดอกไม้ให้เชยชมความสวยงามมันจะฟินขนาดไหน แถมยังมีน้ำตกให้ได้เที่ยวอีกต่างหาก ถ้าโชคดีหน่อยระหว่างทางไปน้ำตกคุณอาจจะได้เจอใบเมเปิ้ลสีแดงหลงเหลืออยู่บ้างนะเออ

 

 

ดอยหัวหมด อ.อุ้มผาง จ.ตาก

 

ถ้า 1219 โค้งเป็นจุดชี้วัดว่าคุณได้มาถึงอุ้มผางแล้ว นอกจากน้ำตก เมล็ดกาแฟสด ภูเขานับร้อยลูกที่เราขับผ่านแล้วหลายคนต้องเผลอเมารถ เราอยากพาคุณมารู้จักกับ “ดอยหัวหมด” จุดชมวิวสุดเจ๋งที่เหมาะจะมาดูพระอาทิตย์ตกในยามเย็น หรือตื่นแต่เช้ามืดเพื่อมาดูทะเลหมอกท่ามกลางทิวเขาสลับซับซ้อนในยามเช้า โดยเฉพาะช่วงปลายฝนต้นหนาว คุณทะเลหมอกจะออกมาให้ได้ยลโฉมความงามในตอน 05.00 – 06.00 น. อากาศบนดอยไม่ต้องพูดถึง แม้ว่าจะไม่มีต้นไม้ใหญ่ แต่อากาศบนดอยแห่งนี้เย็นสบายมีลมพัดตลอดวัน ขอบอกเลยนะคะ มาเถอะ! เพราะหนึ่งชั่วโมงที่จะเห็นทะเลหมอกลอยมาบรรจบกันมันเป็นอะไรที่คุ้มค่ากับการรอคอย

 

 

น้ำตกทีลอซู จ.ตาก

 

มาถึงจังหวัดตาก คงไม่มีใครพลาดที่จะมาที่ “น้ำตกทีลอซู” น้ำตกที่สวยงามและใหญ่ที่สุดในเมืองไทย  แม้การเดินทางเข้ามาจะทรหดและใช้เวลานานกว่าจะจะมาถึงในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจะต้องใช้เวลาในการเข้ามาอย่างต่ำ 3 ชม. และช่วงฤดูฝนแต่เมื่อมาถึงแล้วรับรองถึงความคุ้มค่าเมื่อได้มาถึง เพราะโอบล้อมไปด้วยป่าและขุนเขาจึงทำให้ที่นี่กลายเป็นฤดูหนาวในทันที ตื่นมาในตอนเช้าคุณจะสัมผัสและรับรู้ถึงคำว่า “หมอกเข้าเต็นท์” มันเป็นยังไง และยิ่งฤดูฝน….น้ำยิ่งเยอะ…หมอกก็ยิ่งหนา

 

 

ภูลังกา จ.พะเยา

 

เข้าสู่เขตเมืองเหนือ นอกเหนือจากเชียงใหม่และเชียงรายแล้ว ยังมี “ภูลังกา” ผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ในจังหวัดพะเยาที่จัดว่าควรไปสักครั้งหนึ่ง ด้วยทิวทัศน์ของสายหมอกที่ไหลเอื่อยตามแรงลมผ่านทิวเขาที่จะหาชมจากที่ไหนไม่ได้แน่นอน นอกจากการพิชิตยอดดอยแล้ว บนภูลังกายังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ และทะเลหมอกในตอนเช้ากับทุ่งดอกโคลเคลงที่จะบานในช่วงเดือนนี้จนถึงธันวาคมของทุกปี แถมจุดชมวิวทะเลหมอกของภูลังกาก็มีอยู่หลายจุดอีกด้วย

 

 

ภูชี้ฟ้า จ.เชียงราย

 

ภูชี้ฟ้าจะไม่ติดอยู่ในโพลนี้ก็ไม่ได้ เพราะที่นี่ถือว่าเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย  ด้วยยอดเขาที่มีลักษณะเป็นยอดแหลมชี้ขึ้นไปบนฟ้า อยากเห็นทะเลหมอกสวยๆ แนะนำว่าให้นอนอยู่บนภูสักหนึ่งคืน ตื่นมาซักตี 5ครึ่งค่ะ บรรยากาศดีมาก แต่ต้องเดินจากตีนเขาขึ้นไปต่ออีกประมาณ 700 เมตรนะ แล้วคุณจบพบกับจุดชมทะเลมองที่ดีที่สุดอีกที่หนึ่งในเมืองไทย ที่คุณจะเห็นเห็นทะเลหมอกมีธรรมชาติคอยโอบกอดจนไม่อยากจะลงจากดอย  เพราะว่าภูชี้ฟ้าเขาขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์แห่งล้านนา

 

 

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

 

ปลายฝนต้อนหนาวแบบนี้ เราเองก็สามารถตามหาทะเลหมอกได้ที่ “เขาใหญ่” เช่นกันค่ะ แถมยังอยู่ไม่ไกลกรุงเทพฯด้วย แถมจุดชมหมอกยังมีหลายจุด แต่จะเห็นทะเลหมอกในยามเช่าตรู่จากที่นี่นั้น คงต้องกางเต็นท์นอนอยู่บนอุทยานหนึ่งคืน และจุดที่แนะนำในการชมทะเลหมอกครั้งนี้ อย่าพลาดที่จะไปที่ “ผาเดียวดาย” จุดชมมวลหมอกและทิวเขาที่สวยที่สุดอีกจุดหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และอย่าลืมไปที่น้ำตกเหวนรกด้วยนะ มาถึงเขาใหญ่แล้วอย่าพลาดเชียวที่จะมาที่นี่ แม้หมอกของที่นี่จะไม่หนาเท่าที่อื่น แต่เชื่อเถอะ..ธรรมชาติของที่นี่จะทำให้คุณหลงรัก

 

ธรรมชาติทุกที่มีความสวยงามอยู่ในตัวค่ะ ไม่ว่าจะฤดูไหนก็เหมาะกับการท่องเที่ยวพักผ่อนร่างกายให้หายเหนื่อยล้า

การเดินทางในทริปแต่ละที่นั้นบางเส้นทางอาจจะไม่มีรถสาธารณะผ่านและอาจจะไม่ได้สะดวกนัก จึงต้องใช้รถส่วนตัว หรืออีกทางหนึ่งคือการมองหารถเช่าที่เข้ากับการเดินทางของทริปครั้งนี้ดู ซึ่ง Drivemate มีถให้คุณเลือกใช้มากกว่า 100 รุ่นให้คุณได้เข่าไปขับในการท่องเที่ยวทุกทริปของการเดินทาง และเมื่อไปเที่ยวกันแล้วอย่าลืมที่จะดูและรักษาธรรมชาติกันด้วยนะคะ เพื่อให้ธรรมชาติได้อยู่กับเราไปนาน ๆ

สนใจเช่ารถกับ Drivemate คลิ๊ก! www.drivemate.asia

 

เรียบเรียงโดย: Kittiya K.