4 วิธี Carpool อย่างไร ให้ทุกคนถึงที่หมายแบบแฮปปี้

เพื่อนๆ คงเคยได้ยินเคล็ดลับการประหยัดค่าเดินทางด้วยการโดยสารรถไปด้วยกันแบบ Carpool มานานแล้วใช่ไหมล่ะครับ แต่ถ้ามองย้อนกลับมาที่เมืองไทย ก็แทบจะไม่ค่อยเห็นใครที่อยากจะทำ Carpool กันบ้างเลย ซึ่งพี่หมีก็เข้าใจเหตุผลต่างๆ ทั้งความรู้สึกว่ายุ่งยากและดูน่าปวดหัว แต่ในความเป็นจริงแล้ว ถ้าหากเพื่อนๆสามารถทำ Carpool ได้ภายในชุมชนของเราเอง หรือแม้แต่กับเพื่อนและคนรู้จัก เพื่อนๆก็จะได้กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้โลกของเราน่าอยู่ขึ้นด้วยการประหยัดน้ำมันเดินทาง แถมยังประหยัดเงินในกระเป๋าของคนในชุมชนไปได้อีกเยอะ

ดังนั้น แทนที่ทุกคนจะมีรถคนละคัน ก็เปลี่ยนมาแชร์รถไปด้วยกันแบบ Carpool ก็น่าจะดีกว่า แต่จะทำอย่างไรให้เพื่อนๆสามารถทำคาร์พูลได้อย่างราบรื่น ทุกคนไปถึงจุดหมายแบบแฮปปี้และประหยัดเงินได้วันนี้พี่หมีมีวิธีมาฝากกันครับ

  1. หาคนร่วมอุดมการณ์

การจะทำคาร์พูลไม่ใช่เรื่องง่ายถ้าหากไม่มีคนเห็นด้วยและยอมไปกับเพื่อนๆ ดังนั้น สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือหาแหล่ง community คนที่มีแนวคิดอยากจะทำ Carpool เหมือนกันมาคุยกัน

โดยเพื่อนๆสามารถทำได้ทั้งการเดินไปคุยกับเพื่อนบ้าน สอบถามเพื่อนๆและครอบครัวว่ามีใครสนใจเกี่ยวกับแนวคิดนี้บ้าง หรือแม้แต่กับทำใบปลิวแจกหรือป้ายประกาศแปะไว้แถวๆบ้าน ที่จะบอกว่าจุดเริ่มต้นของรถจะเริ่มรับคนที่ไหนและจะสิ้นสุดที่ไหน รวมถึงเบอร์ติดต่อกลับ

นอกจากนี้ ในปัจจุบันในเมืองไทยก็เริ่มมีแอพพลิเคชั่นที่ส่งเสริมการทำ Carpool อย่างเช่น app LILUNA ที่เป็น app บริการแชร์ค่าเดินทางทางเดียวกัน ไปด้วยกัน ที่จะคอย match หรือจับคู่ให้คนที่มีรถบริการไปทางเดียวกันกับคนที่อยากเดินทาง แล้วแชร์ค่าเดินทางกัน โดยคิดเป็นค่าน้ำมันตามจริง application นี้ก็ยิ่งทำให้เพื่อนๆหาคนร่วมอุดมการณ์แชร์ค่าเดินทางจากการทำคาร์พูลได้เป็นวงกว้างและง่ายเข้าไปอีก

2. นัดคุยถึงเส้นทางและกติกาต่างๆ

แต่ถ้าหากเพื่อนๆไม่ได้ใช้แอพพลิเคชั่นในการทำ Carpool แต่ว่าได้คนร่วมอุดมการณ์อยากจะแชร์รถไปด้วยกัน ก็ให้เพื่อนๆลองนัดกันเพื่อคุยปรึกษาว่าแต่ละคนมีความต้องการจะเดินทางโดยสารในแต่ละวันไปที่ไหน และอยากให้จอดรับส่งที่ไหนกันบ้าง อย่างไรก็ดี ถ้าหากคนที่เพื่อนๆนัดคุยไม่ใช่คนสนิทหรือคนที่เพื่อนๆรู้จักดี ก็อาจจะต้องดูด้วยว่าเราไว้ใจเขาได้มากแค่ไหน หรือเขามีลักษณะนิสัยและพฤติกรรมที่เหมาะจะขึ้นรถไปกับเราด้วยหรือไม่

จากนั้น ก็ให้ตกลงกันว่าใครจะเป็นคนขับหรือใครขับวันไหน รวมไปถึงใช้ยานพาหนะแบบใด ซึ่งการเลือกยานพาหนะก็ควรเลือกรถที่กินน้ำมันน้อยเช่นรถไฮบริดหรือรถขนาดกลางๆไม่ใหญ่จนเกินไป แต่มีพื้นที่กว้างพอสำหรับทำ Carpool และมีความปลอดภัยเพียงพอ

นอกจากนี้ ก็ให้พูดคุยถึงเรื่องกฎกติกาและมารยาทต่างๆเมื่ออยู่บนรถ เช่น ความตรงต่อเวลา การนำอาหารขึ้นมาทานบนรถ การสูบบุหรี่ในรถ มารยาทและบทสนทนาต่างๆ รวมไปถึงกติกาการเปิดเพลงที่ชอบ เป็นต้น

3. คุยถึงเรื่องวิธีแชร์ค่าเดินทาง

นี่คือสิ่งสำคัญที่จะทำให้การทำ Carpool เกิดขึ้นได้ โดยทุกคนจะต้องตกลงว่าจะมีการแชร์ค่าเดินทางกันยังไง เช่น อาจจะแชร์โดยนำเอาค่าน้ำมันมาหารด้วยจำนวนคนที่ไปด้วยกัน หรือจะรวมถึงค่าเสื่อมรถ ค่าประกันรถ และค่าบำรุงรักษาในกรณีที่จะแชร์รถกันไปในระยะยาว เสร็จแล้ว ก็ให้เอาตัวเลขค่าเดินทางที่ตกลงกันได้ มาดูว่าจะจ่ายเงินกันยังไงและจ่ายภายในเมื่อไหร่

4. วางแผนเส้นทาง

เมื่อเพื่อนๆตกลงถึงกฎกติกาต่างๆเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาวางแผนเส้นทางว่าจะรับส่งใครที่ไหนบ้าง โดยให้เพื่อนๆลองลิสต์เส้นทางออกมาหลายๆแบบตามความต้องการของแต่ละคน แล้วเลือกเส้นทางที่เร็วที่สุด อาจจะใช้ Google Map เป็นตัวช่วยพลอตเส้นทางให้ ทั้งนี้ทั้งนั้น สำหรับการโดยสารในเมืองใหญ่ เพื่อนๆจะต้องนำเอาปัจจัยเวลามาคำนวณด้วย เพราะในช่วงเวลาเร่งด่วนหรือ rush hour ก็อาจทำให้เพื่อนๆใช้เวลามากขึ้นไปอีกในการเดินทาง ทำให้ยิ่งออกจากบ้านเช้าเท่าไหร่ยิ่งดีครับ

นอกจากนี้ ถ้าหากเพื่อนๆสามารถขึ้นทางด่วนไปด้วยกันได้โดยแชร์ค่าทางด่วนกันก็จะดีกว่า จะได้ประหยัดเวลาและเสียเงินเพิ่มกันคนละไม่มาก

เสร็จแล้ว ก็ให้เลือกจุดจอดรับส่ง ว่าจุดไหนเหมาะและสะดวกสำหรับแต่ละคน และให้ตกลงด้วยว่ารถจะจอดรอตั้งแต่เมื่อไหร่ เป็นเวลากี่นาที และถ้าหากเลทกว่านั้นรถจะไม่จอดรอในวันนั้นๆ เพื่อจะได้ไม่เป็นการเสียเวลากับผู้โดยสารคนอื่นๆที่ไปด้วยกันครับ

เมื่อรู้แบบนี้แล้ว พี่หมีเชื่อว่าไม่ว่าใครก็สามารถทำ Carpool ได้ ขอเพียงแค่ต้องมีการตกลงกฎกติกาและวางแผนกันอย่างรอบคอบ เพื่อนๆก็จะสามารถช่วยประหยัดเงินให้กับชุมชนและครอบครัว รวมถึงช่วยดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่เพิ่มภาวะรถติดให้กับเมืองได้แน่นอนครับ ถ้าหากเพื่อนๆต้องใช้รถเดินทางในชีวิตประจำวันเยอะขนาดนี้ การดูแลรักษารถยนต์ก็สำคัญไม่แพ้กันนะครับ อย่าลืมทำประกันรถยนต์ติดเอาไว้ จะได้สบายใจเวลานำรถไปบำรุงรักษาหรือต้องซ่อมรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุใดๆก็ตาม โดยเพื่อนๆสามารถเข้ามาเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ได้ที่เว็บไซต์โกแบร์เลยนะครับ

ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก Gobear