4 วิธีเอาตัวรอด ผ่อนรถไม่ไหว ไม่อยากติด Blacklist

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังตกอยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถผ่อนชำระค่างวดรถยนต์ต่อไปได้อีก ซึ่งอย่างที่รู้กันดีว่า เมื่อเราต้องการซื้อรถสักคัน หลายคนอาจยังไม่พร้อมที่จะซื้อเงินสด จึงจำเป็นต้องเลือกการผ่อนชำระแทน

แต่หลังจากซื้อรถใหม่ ป้ายแดง มาขับได้ไม่นานประมาณ 1-3 ปี มีปัจจัยหลายอย่างที่สะสมเข้ามา ไม่ว่าจะค่าใช้จ่ายจิปาถะที่เพิ่มขึ้น ทำให้เงินเดือนไม่เพียงพอ หรือสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ขายของไม่ได้ และเมื่อถึงวันครบกำหนดชำระ ไม่สามารถหมุนเงินมาชำระได้ทันเวลา สุดท้ายค้างชำระหลายเดือน ไฟแนนซ์ได้ทำการติดต่อขอรถคืน แล้วคุณจะทำอย่างไรได้บ้าง กับปัญหานี้ที่เกิดขึ้นเช่นนี้

1. ขายดาวน์

กรณีนี้คือ เป็นการขายให้กับคนอื่นที่สนใจจะผ่อนรถของคุณต่อ โดยคุณอาจได้รับเงินดาวน์ หรือเงินที่ผ่อนชำระไปในบางส่วนคืน แต่ต้องติดต่อขอไฟแนนซ์ก่อน หลังจากดำเนินการเสร็จแล้ว ก็แจ้งไฟแนนซ์ให้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อของผู้ผ่อนชำระให้เรียบร้อย เพราะถ้ารถยังเป็นชื่อของคุณ เดี๋ยวจะมีปัญหาเดือดร้อนตามมาภายหลังได้

Tips: ในสัญญาต้องระบุอย่างชัดเจนว่า คุณจะไม่ต้องส่วนรับผิดชอบอะไรอีกต่อไป เพราะถ้าเขาไม่ผ่อนต่อ คุณก็จะได้ไม่ต้องรับผิดชอบอะไรอีก

ค่าใช้จ่าย

  • ค่าเปลี่ยนสัญญา 4,000 บาท
  • ค่าตรวจสภาพรถ 500 บาท
  • ค่างวดล่วงหน้า 2 งวด ( ต้องส่งให้ครบทุกงวด + 2 งวดล่วงหน้า )

2. ส่งรถคืนให้กับไฟแนนซ์

สำหรับคนที่ถูกยึดรถ หรือเต็มใจที่จะคืนรถให้ไฟแนนซ์ อย่าคิดว่าจะหมดหนี้ หมดภาระแล้ว เพราะขั้นตอนหลังจากคืนรถแล้ว ทางไฟแนนซ์จะนำรถคันนั้นไปประมูลขายทอดตลาด และมีแนวโน้มที่คุณอาจมีหนี้เพิ่ม หรืออาจจะหมดหนี้ก็ได้

เพราะถ้ารถของคุณถูกประมูลซื้อไปน้อยกว่ายอดหนี้ที่มี คุณจะต้องจ่ายส่วนต่างที่ขาดหายไป เช่น ยอดหนี้รถยนต์ของเรา 700,000 บาท ถูกประมูลไปได้ 400,000 บาท เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายต่างๆ และส่วนต่างที่หายไป เราจะต้องไปหาเงินมาจ่ายให้ครบ เนื่องจากรถเป็นสินทรัพย์ที่มีราคาลดลงทุกวันๆ ทำให้ยากมากที่จะประมูลได้ราคาสูงๆ

Tips: ควรจะต้องถามกับไฟแนนซ์ก่อนว่า คุณจะต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกหรือไม่ อย่างไร และควรตกลงกันให้ดี หลังจากทำการตกลงเรียบร้อยแล้ว ต้องทำสัญญาขึ้นมาใหม่ และในสัญญาต้องระบุให้คุณไม่ต้องรับผิดอะไรทั้งสิ้น สัญญานี้อาจจะเป็นหลักฐานการส่งมอบรถด้วย

3. ขายรถ และนำเงินไปปิดไฟแนนซ์

วิธีนี้อาจจะต้องใช้เงินเพิ่มอีกนิดหน่อย เพราะเราต้องจำใจขายรถไปในราคาถูก จะได้ขายออกเร็วๆ และอย่าลืม! แจ้งไฟแนนซ์ก่อนจะขายรถ เพราะเล่มทะเบียนรถอยู่ที่ไฟแนนซ์ หลังจากขายรถได้แล้ว นำเงินที่ได้จากคนซื้อรถไปจ่ายไฟแนนซ์ เรื่องก็จะจบแบบที่ไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่มเติมอีก! แต่ข้อเสีย คือ ผู้ซื้อต้องมีเงินสด หรือถ้าต้องจัดไฟแนนซ์กับผู้ซื้อ ยังต้องรอผลอีกว่าผ่านหรือไม่ผ่าน

Tips: ปัจจุบันการขายรถมีให้เลือกหลากหลายช่องทาง ที่จบเร็ว และไม่โดนกดราคา เราจึงอยากจะแนะนำช่องทางขายรถบนเว็บไซต์เจ้าหนึ่งอย่างเว็บไซต์ Carro (คาร์โร) เพราะเขารับซื้อรถบ้าน มือสองทุกคัน บริการทุกอย่างให้ฟรี ตั้งแต่เช็กราคา และปิดไฟแนนซ์ให้ด้วย โดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรเลย สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ที่ https://th.carro.co/sell-car/express

4. รีไฟแนนซ์ใหม่ หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใหม่

ตัวเลือกนี้ เป็นตัวเลือกสุดท้ายที่จะแนะนำให้คุณเลือก เนื่องจากเป็นการขยายระยะเวลาการผ่อนออกไป และขอลดยอดการผ่อนในแต่ละเดือนลง แต่ผลที่ตามมาคือเสียดอกเบี้ย หรือผลประโยชน์ให้กับที่ไฟแนนซ์มากขึ้นนั่นเอง และภายหลังคุณอาจจะผ่อนต่อไม่ไหว ทำให้การขายรถหรือนำเงินมาโป๊ะ อาจเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น

ขอขอบคุณบทความจาก Carro 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *